บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน)
1.บทนำ
บริษัทเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่งจำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่งจำกัด (มหาชน) ซึ่งต่อไปนี้ จะเรียกรวมว่า“บริษัทฯ” ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลอื่นอันเกี่ยวกับท่าน (รวมเรียกว่า “ข้อมูล”) เพื่อให้ท่านสามารถเชื่อมั่นได้ว่าบริษัทฯ มีความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“นโยบาย”) นี้จึงได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงแก่ท่านถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งดำเนินการโดย บริษัทฯ รวมถึงเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องผู้ดำเนินการแทนหรือในนามของ บริษัทฯ โดยมีเนื้อหาสาระดังต่อไปนี้
2.ขอบเขตการบังคับใช้นโยบาย
นโยบายนี้ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กับบริษัทฯ ในปัจจุบันและที่อาจมีในอนาคต ซึ่งถูกประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดย บริษัทฯ เจ้าหน้าที่ พนักงานตามสัญญา หน่วยธุรกิจหรือหน่วยงานรูปแบบอื่นที่ดำเนินการโดย บริษัทฯ และรวมถึงคู่สัญญาหรือบุคคลภายนอกที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของ บริษัทฯ (“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”) ภายใต้ผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ ระบบ แอปพลิเคชัน เอกสาร หรือบริการในรูปแบบอื่นที่ควบคุมดูแลโดย บริษัทฯ (รวมเรียกว่า “บริการ”)
บุคคลมีความสัมพันธ์กับ บริษัทฯ ตามความในวรรคแรก รวมถึง
ข้อ 1) ถึง 6) เรียกรวมกันว่า “ท่าน”
นอกจากนโยบายฉบับนี้แล้ว บริษัทฯ อาจกำหนดให้มีคำประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว (“ประกาศ”) สำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการของ บริษัทฯ เพื่อชี้แจงให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นผู้ใช้บริการได้ทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกประมวลผล วัตถุประสงค์และเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายในการประมวลผล ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพึงมีในผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นเป็นการเฉพาะเจาะจง
ทั้งนี้ ในกรณีที่มีความขัดแย้งกันในสาระสำคัญระหว่างความในประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและนโยบายนี้ ให้ถือตามความในประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของบริการนั้น
3.คำนิยาม
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
4.แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่ บริษัทฯเก็บรวบรวม
บริษัทฯเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่างๆจากแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้
นอกจากนี้ ยังหมายความรวมถึงกรณีที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอก และ/หรือ บุคคลที่สามแก่ บริษัทฯ ดังนี้ ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามนโยบายนี้หรือประกาศของผลิตภัณฑ์หรือบริการ ตามแต่กรณี ให้บุคคลดังกล่าวทราบ ตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคลนั้นหากเป็นกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลแก่ บริษัทฯ
โดย บริษัทฯ จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
ในกรณีที่ บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือเพื่อความจำเป็นในการเข้าทำสัญญา หากท่านปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือ คัดค้านการดำเนินการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรม อาจมีผลทำให้ บริษัทฯไม่สามารถดำเนินการหรือให้บริการตามที่ท่านร้องขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
6.ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯเก็บรวบรวม
ในการเก็บรวบรวม และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของ บริษัทฯ อันประกอบด้วย
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล | รายละเอียดและตัวอย่าง |
ข้อมูลเฉพาะตัวบุคคล | ข้อมูลระบุชื่อเรียกของท่านหรือข้อมูลจากที่ระบุข้อมูลเฉพาะตัวของท่าน เช่น ชื่อ-นามสกุล, อายุ, วันเดือนปีเกิด, เพศ, สัญชาติ, อาชีพ, ความสนใจ, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขหนังสือเดินทาง, ประสบการณ์ทำงาน, ประวัติการเรียนรู้, ลายมือชื่อ, สถานภาพสมรส, สถานภาพทางทหาร, การศึกษา, ตำแหน่ง, รหัสพนักงาน, หมายเลขบัญชีธนาคาร, ข้อมูล ภ.ง.ด. เป็นต้นที่สามารถระบุตัวตนได้ |
ข้อมูลสำหรับการติดต่อ | ข้อมูลสำหรับการติดต่อท่าน เช่น ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล, ชื่อบัญชี Social media, สถานที่ทำงาน เป็นต้น |
ข้อมูลเอกสารทางราชการ | ข้อมูลเอกสารราชการของท่าน เช่น สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาหนังสือเดินทาง , สำเนาสูติบัตร, สำเนาใบอนุญาตเข้าทำงาน, สำเนาใบอนุญาตขับขี่, สำเนาใบประกอบวิชาชีพ เป็นต้น |
ข้อมูลทางการเงิน | ข้อมูลทางการเงินของท่าน เช่น เลขบัญชีเงินธนาคาร, สำเนาหน้าบัญชีธนาคาร, เลขบัตรเครดิต, รายได้, เงินเดือน, ข้อมูลวงเงินเครดิต, ข้อมูลการทำธุรกรรม, วิธีการชำระเงิน, การจ่ายภาษี, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ผลประโยชน์ของพนักงาน (สิทธิตามกรมธรรม์ประกันภัย) รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (เบี้ยเลี้ยง) เป็นต้น |
ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมของบริษัทฯ หรือระบบหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ภายใน บริษัทฯ | ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมของ บริษัทฯ หรือระบบอัตโนมัติจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ของ บริษัทฯ เช่น รหัสพนักงาน, หมายเลขใบอนุญาตเข้าทำงาน, ภาพจากกล้องวงจรปิด, ภาพถ่าย, ภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น |
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน | ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนของท่าน เช่น เชื้อชาติ, ข้อมูลศาสนา, ข้อมูลความพิการ, ประวัติอาชญากรรม, ข้อมูลชีวภาพ (ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ,ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า), ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ เป็นต้น หรือข้อมูลอื่นใดในทำนองเดียวกันที่กฎหมายกำหนด |
ข้อมูลของบุคคลที่สาม | ข้อมูลสมาชิกในครอบครัว ข้อมูลผู้รับประโยชน์จากสวัสดิการต่าง ๆ ข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน ข้อมูลผู้ค้ำประกันการทำงาน และบุคคลอ้างอิง |
ข้อมูลอื่น ๆ | การใช้งานเว็บไซต์ ความคิดเห็น ความชื่นชอบ ผลการสอบข้อเขียน เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมหรือแคมเปญต่าง ๆ ที่บริษัทฯ จัดขึ้น และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย |
7.คุกกี้
บริษัทฯ เก็บรวบรวมและใช้คุกกี้ (Cookie) รวมถึงเทคโนโลยีอื่นในลักษณะเดียวกันในเว็บไซต์ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของ บริษัทฯ เช่น https://www.ncgroup.co.th หรือบนอุปกรณ์ของท่านตามแต่บริการที่ท่านใช้งาน ทั้งนี้ เพื่อการดำเนินการด้านความปลอดภัยในการให้บริการของ บริษัทฯ และเพื่อให้ท่านซึ่งเป็นผู้ใช้งานได้รับความสะดวกและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานบริการของ บริษัทฯ และข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ของ บริษัทฯ ให้ตรงกับความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น โดยท่านสามารถตั้งค่าหรือลบการใช้งานคุกกี้ได้ด้วยตนเองจากการตั้งค่าในเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ของท่าน
8.วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์หรือบริการหรือกิจกรรมที่ท่านใช้บริการ ตลอดจนลักษณะความสัมพันธ์ของท่านกับ บริษัทฯ หรือข้อพิจารณาในแต่ละบริบทเป็นสำคัญ โดยวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้เป็นเพียงกรอบการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของ บริษัทฯ เป็นการทั่วไป ทั้งนี้ เฉพาะวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ท่านใช้งานหรือมีความสัมพันธ์ด้วยเท่านั้นที่จะมีผลบังคับใช้กับข้อมูลของท่าน
1. เพื่อเข้าทำสัญญาที่เจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา เช่น สัญญาจ้าง หรือสัญญาอื่นใด หรือเพื่อการดำเนินการตามคำขอ/ใบสมัครก่อนเข้าทำสัญญา รวมถึงการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทฯ เช่น การนัดโอนกรรมสิทธิ์ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริการงานนิติบุคคลอาคารชุด การผ่อนดาวน์ การนัดตรวจ เป็นต้น รวมไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่าง บริษัทฯ กับเจ้าของข้อมูล หรือปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่าง บริษัทฯกับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล
2. เพื่อให้บริการ การปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ รวมถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่จะมีในอนาคต ตลอดจนการดูแล การบำรุงรักษา และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการดังกล่าว
3. เพื่อตอบคำถามและให้ความช่วยเหลือแก่เจ้าของข้อมูล และการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทฯ กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
4. เพื่อพัฒนาและปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงสินค้า การให้บริการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การตรวจสอบ การสำรวจการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และบริการของ บริษัทฯ ให้ตอบสนองต่อความต้องการของเจ้าของข้อมูลมากยิ่งขึ้น
5. เพื่อให้ข้อมูลและแนะนำสินค้า ผลิตภัณฑ์ การบริการ นำเสนอสิทธิประโยชน์ หรือประชาสัมพันธ์ทางการตลาดรายการส่งเสริมการขาย หรือสิทธิประโยชน์ผ่านช่องทางการติดต่อที่ได้รับจากเจ้าของข้อมูล ตามที่เจ้าของข้อมูลได้ให้คำยินยอม ตามที่ท่านได้ยินยอมกับทาง บริษัทฯ
6. เพื่อสำรวจความคิดเห็น วิเคราะห์ การทำวิจัย และจัดทำข้อมูลทางสถิติ เพื่อใช้ทางการตลาดหรือการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินกิจการของ บริษัทฯ ตามที่ท่านได้ยินยอมกับทาง บริษัทฯ
7. เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการงานหรือดำเนินงานภายในของบริษัทฯที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
8. เพื่อตรวจสอบ กำกับดูแล และรักษาความปลอดภัยบริเวณอาคารหรือสถานที่ของ บริษัทฯ
9. เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ บริษัทฯ เช่น การหักภาษี ณ ที่จ่าย การป้องกันการทุจริต การจัดการข้อร้องเรียน เป็นต้น
10. เพื่อให้ข้อมูลแก่หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายตามที่หน่วยงานภาครัฐร้องขอเช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสรรพากร ศาล เป็นต้น
11. เพื่อดำเนินกิจกรรมใด ๆ ทางบัญชีและการเงิน เช่น การตรวจสอบบัญชี การแจ้งและเรียกเก็บหนี้ การใช้สิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ภาษี และหลักฐานการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนด
12. เพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ เช่น การบันทึกเสียงการร้องเรียนผ่านระบบCall Center, การบันทึกภาพนิ่ง การบันทึกภาพผ่านกล้อง CCTV เพื่อป้องกันอาชญากรรม, การส่งต่อข้อมูลในเครือบริษัทเพื่อการบริหารจัดการ เป็นต้น
13. เพื่อใช้ในการสอบสวนและปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ หรือหน้าที่ตามกฎหมายของ บริษัทฯ
14. ใช้ข้อมูลในการยืนยัน และ/หรือ ระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการเข้าถึงบริการผ่านช่องทางต่าง ๆ หรือการติดต่อกับบริษัทฯ
15. เพื่อตอบสนองต่อคำขอจากหน่วยงานรัฐหรือรัฐบาลในประเทศ รวมถึงหน่วยงานรัฐหรือรัฐบาลต่างประเทศที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาศัยอยู่
16. เพื่อตอบสนองต่อคำขอของท่านหรือการดำเนินการตามความประสงค์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้แจ้งไว้กับบริษัทฯ เช่น การรับเรื่องร้องเรียน
17. เพื่อเยียวยา ป้องกัน หรือจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
18. เพื่อการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นและเหมาะสมในกรณีต่าง ๆ เช่น ตรวจสอบและป้องกันการกระทำที่ละเมิดหรืออาจจะละเมิดต่อกฎหมาย ปกป้องสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคลากร และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
19. วัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ได้รับคำยินยอมชัดแจ้งจากท่าน
การส่งต่อและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ จะไม่เปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานภายนอก เว้นแต่ได้รับคำยินยอมชัดแจ้งจากท่าน หรือเป็นไปตามกรณีดังต่อไปนี้
10.การถ่ายโอนหรือส่งต่อข้อมูลไปยังต่างประเทศ
บริษัทฯ อาจจะส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ โดยจะทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทางหรือหน่วยงานปลายทางมีมาตรฐานและนโยบายในการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่เพียงพอ
11.ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีความจำเป็นโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลเท่านั้น ตามรายละเอียดที่ได้กำหนดไว้ในนโยบาย ประกาศหรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยบริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้หลังระยะเวลาของสัญญาที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำไว้กับบริษัทฯ สิ้นผลบังคับระยะเวลาหนึ่ง และสอดคล้องตามระยะเวลาและอายุความของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาและข้อมูลส่วนบุคคลของท่านสิ้นความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว บริษัทฯ จะทำการลบ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนได้ต่อไป ตามรูปแบบและมาตรฐานการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ดี ในกรณีที่มีข้อพิพาทบริษัทฯ จำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปแม้จะพ้นกำหนดอายุความตามกฎหมายแล้วก็ตาม เช่น กรณีอยู่ระหว่างการดำเนินการพิจารณาคดีตามกฎหมาย และ/หรือจนกว่าข้อพิพาทนั้นจะได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
12.การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ จะใช้มาตรการทางเทคนิค และการบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยมีการเข้ารหัสสำหรับการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของข้อมูลที่จัดเก็บในรูปแบบเอกสารและอิเล็กทรอนิกส์
13.การเชื่อมต่อเว็บไซต์หรือบริการภายนอก
บริการของบริษัทฯอาจมีการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลที่สามซึ่งเว็บไซต์หรือบริการดังกล่าวอาจมีการประกาศนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีเนื้อหาสาระแตกต่างจากนโยบายนี้บริษัทฯขอแนะนำให้ท่านศึกษานโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์หรือบริการนั้นๆเพื่อทราบในรายละเอียดก่อนการเข้าใช้งานทั้งนี้บริษัทฯไม่มีความเกี่ยวข้องและไม่มีอำนาจควบคุมถึงมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์หรือบริการดังกล่าวและไม่สามารถรับผิดชอบต่อเนื้อหานโยบายความเสียหายหรือการกระทำอันเกิดจากเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลที่สาม
14.เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ กำกับและให้คำแนะนำในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
15.สิทธิของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพ.ศ. 2562
ท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ได้ตามที่กฎหมายกำหนดและตามที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ เว้นแต่ บริษัทฯ มีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือตามคำสั่งศาล รวมไปถึงกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
16.โทษของการไม่ปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การไม่ปฏิบัติตามนโยบายอาจมีผลเป็นความผิดและถูกลงโทษทางวินัยตามกฎเกณฑ์ของ บริษัทฯ (สำหรับเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของ บริษัทฯ) หรือตามข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (สำหรับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) ทั้งนี้ ตามแต่กรณีและความสัมพันธ์ที่ท่านมีต่อ บริษัทฯ และอาจได้รับโทษตามที่กำหนดโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมทั้งกฎหมายลำดับรอง กฎ ระเบียบ คำสั่งที่เกี่ยวข้อง
17.การร้องเรียนต่อหน่วยงานผู้มีอำนาจกำกับดูแล
ในกรณีที่ท่านพบว่า บริษัทฯ มิได้ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิร้องเรียนไปยังคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือตามกฎหมาย ทั้งนี้ ก่อนการร้องเรียนดังกล่าว บริษัทฯ ขอให้ท่านโปรดติดต่อมายัง บริษัทฯ เพื่อให้ บริษัทฯ มีโอกาสได้รับทราบข้อเท็จจริงและได้ชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงจัดการแก้ไขข้อกังวลของท่านก่อนในโอกาสแรก
18.การปรับปรุงแก้ไขนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ อาจพิจารณาปรับปรุง แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ตามที่เห็นสมควร และจะทำการแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางเว็บไซต์ เช่น https://www.ncgroup.co.th โดยมีวันที่มีผลบังคับใช้ของแต่ละฉบับแก้ไขกำกับอยู่ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านโปรดตรวจสอบเพื่อรับทราบนโยบายฉบับใหม่อย่างสม่ำเสมอ ผ่านช่องทางเฉพาะกิจกรรมที่ บริษัทฯ ดำเนินการ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจะทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่ บริษัทฯ
การเข้าใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการของ บริษัทฯ ภายหลังการบังคับใช้นโยบายใหม่ ถือเป็นการรับทราบตามข้อตกลงในนโยบายใหม่แล้ว ทั้งนี้ โปรดหยุดการเข้าใช้งานหากท่านไม่เห็นด้วยกับรายละเอียดในนโยบายฉบับนี้และโปรดติดต่อมายัง บริษัทฯ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป
19.การติดต่อสอบถามหรือใช้สิทธิ
หากท่านมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะหรือข้อกังวลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของ บริษัทฯ หรือเกี่ยวกับนโยบายนี้ หรือท่านต้องการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)
บริษัทเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่งจำกัด (มหาชน)
เลขที่ 70 หมู่ 5 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12130
โทรศัพท์ : 0-2993-5080-7
อีเมล : dpo@ncgroup.co.th
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
บริษัทเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่งจำกัด (มหาชน)
เลขที่ 70 หมู่ 5 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12130
โทรศัพท์ : 0-2993-5080-7
อีเมล : dpo@ncgroup.co.th
โดยแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้ประกอบการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
(นายสมนึก ตันฑเทอดธรรม)
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน)
เอกสารฉบับสมบูรณ์
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)
บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน)
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (สำหรับบุคคลภายนอก)
บริษัทเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่งจำกัด (มหาชน)และบริษัทในเครือ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่อไปนี้ จะเรียกรวมว่า“บริษัท” มุ่งมั่นที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการ คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ (เรียกรวมกันว่า“ท่าน”หรือ“เจ้าของข้อมูล”) ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย (เรียกรวมกันว่า“การประมวลผลข้อมูล”) เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัท จึงออกประกาศฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งข้อมูลให้แก่ผู้ใช้บริการอันเกี่ยวกับ สิทธิและหน้าที่ ตลอดจนเงื่อนไขต่าง ๆ ในการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้
“ข้อมูลส่วนบุคคล”หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
ในการเก็บรวบรวม และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของบริษัทอันประกอบด้วย
ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาหรือการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ ที่ใช้บังคับ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าว บริษัทอาจไม่สามารถพิจารณาเข้าทำธุรกรรม หรือบริหารจัดการตามสัญญากับท่านได้ (ตามแต่กรณี)
โดยบริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
1. เพื่อปฏิบัติตามสัญญา กรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความจำเป็นต่อการให้บริการหรือปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูล และบริษัท
2. เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ
3. เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
4. เพื่อผลประโยชน์อันชอบโดยกฎหมายของบริษัท กรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมในการดำเนินงานของบริษัท โดยบริษัทจะพิจารณาถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลเป็นสำคัญ เช่น เพื่อป้องกันการฉ้อโกง การรักษาความปลอดภัยในระบบเครือข่าย การปกป้องสิทธิเสรีภาพ และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลเป็นต้น
5. เพื่อการศึกษาวิจัยหรือสถิติ กรณีที่มีการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล
6. เพื่อปฏิบัติภารกิจของรัฐ กรณีมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจรัฐที่บริษัทได้รับมอบหมาย
ในการอาศัยฐานการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กล่าวข้างต้น บริษัทจะพิจารณา ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและเสรีภาพของท่านเป็นสำคัญและจะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะที่เกินความจำเป็น หรือมีผลกระทบต่อท่านโดยไม่สมเหตุสมผล
ตัวอย่างของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ได้แก่การ บันทึกเสียงการสนทนากับศูนย์บริการลูกค้า การบันทึกภาพผ่านกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)การบันทึกการ เข้า–ออกพื้นที่ของบริษัท การดำเนินการด้านการบริหารความเสี่ยง การตรวจสอบภายในการตรวจสอบการ ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ รวมถึงการสำรวจความคิดเห็นหรือประเมินความพึงพอใจของลูกค้าและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติเพื่อการวางแผนธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทจะพิจารณาถึงสิทธิและเสรีภาพขั้น พื้นฐานของท่านควบคู่กันไป
การเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์บุคคลไร้ความสามารถและบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
บริษัทมิได้มีเจตนาที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ (บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปี บริบูรณ์ เว้นแต่กรณีที่บรรลุนิติภาวะก่อนอายุ 20 ปีตามกฎหมาย) บุคคลไร้ความสามารถหรือบุคคลเสมือน ไร้ความสามารถ เว้นแต่ในกรณีที่จำเป็นและมีฐานทางกฎหมายที่ชอบด้วยกฎหมายรองรับ
ในกรณีที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ บุคคลไร้ความสามารถหรือ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล หรือ ผู้พิทักษ์แล้วแต่กรณี ตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด และหากกฎหมายกำหนดให้ผู้เยาว์ดังกล่าว ต้องให้ ความยินยอมด้วยตนเองด้วย บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากผู้เยาว์ควบคู่กันไป
หากบริษัทตรวจพบว่ามีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ บุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ โดยมิได้มีการขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาลหรือ ผู้พิทักษ์ตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุ ตัวบุคคลได้โดยเร็ว หรือดำเนินการเพื่อขอความยินยอมให้ถูกต้องตามกฎหมายโดยทันทีที่สามารถกระทำได้
บริษัทอาจจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ ข้อมูลทางการแพทย์ข้อมูลความพิการ ศาสนา ข้อมูลชีวภาพ โดยบริษัทจะทำการขอคำยินยอมจากท่านทุกครั้งในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย เว้นแต่
1. เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
2. เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิกผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น
3. เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
4. เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
5. เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ
5.1. เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์
5.2. ประโยชน์ด้านการสาธารณะสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด
5.3. การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม
5.4. การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น
5.5. ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้หรือตามวัตถุประสงค์อื่นๆที่แจ้งขณะเก็บรวบรวมข้อมูลหรือที่ท่านได้ให้ความยินยอมหลังจากบริษัทดำเนินการเก็บข้อมูลไปแล้ว
สำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการตลาด การเสนอสิทธิประโยชน์การส่งข้อมูล ข่าวสาร โปรโมชั่น หรือข้อเสนอพิเศษตามที่ระบุไว้ในหัวข้อวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ข้างต้น บริษัทจะอาศัยฐานความยินยอมของท่านเป็นหลัก และจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่านอย่าง ชัดแจ้งก่อน โดยท่านมีสิทธิถอนความยินยอมดังกล่าวเมื่อใดก็ได้ ตามช่องทางที่บริษัทได้กำหนดไว้โดยไม่ส่ง ผลกระทบต่อการประมวลผลที่ได้กระทำไปแล้วก่อนการถอนความยินยอมดังกล่าว
บริษัทจะไม่เปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานภายนอกเว้นแต่ได้รับคำยินยอมชัดแจ้งจากท่าน หรือเป็นไปตามกรณีดังต่อไปนี้
บริษัทอาจจะส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศโดยจะทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทางหรือหน่วยงานปลายทางมีมาตรฐานและนโยบายในการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่เพียงพอ
บริษัทได้จัดทำและ/หรือเลือกใช้ระบบการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้มีกลไกและเทคนิคที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากพนักงาน ลูกจ้าง และตัวแทนของบริษัท เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกนำไปใช้ เปิดเผย ทำลาย หรือเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนั้นบริษัทได้กำหนดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งในด้านการบริหารจัดการ (Administrative Safeguards) ด้านเทคนิค (Technical Safeguards) และด้านกายภาพ (Physical Safeguards) อย่างเหมาะสม อาทิ การกำหนดนโยบายและระเบียบปฏิบัติภายในการอบรมให้ความรู้แก่พนัก งาน การกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็น การใช้รหัสผ่านหรือระบบยืนยันตัวตน การใช้ระบบ ป้องกันการเข้าถึงโดยมิชอบ การเข้ารหัสข้อมูลในบางกรณี การจัดเก็บเอกสารในพื้นที่ที่มีการควบคุมการเข้า–ออก และการทบทวนมาตรการดังกล่าวเป็นระยะ
ในกรณีที่บริษัทมอบหมายให้บุคคลภายนอกประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทน บริษัทจะกำหนดให้มีสัญญา หรือข้อตกลงที่กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้เกินกว่าที่บริษัทกำหนด และคืนหรือลบข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อสิ้นสุดการให้บริการตามที่ตกลงกันไว้
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาตราบเท่าที่จำเป็นต่อการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ในนโยบายฉบับนี้เท่านั้นเว้นแต่มีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ด้วยเหตุอื่นใดเช่นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือการตรวจสอบกรณีการเกิดข้อพิพาทบริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้เป็นระยะเวลาเกินกว่าที่ระบุ
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายความเป็นส่วนตัว หรือเมื่อมีคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการลบ/ทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนได้ต่อไป ตามรูปแบบและมาตรฐานการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดหรือตามมาตรฐานสากล
อย่างไรก็ดีในกรณีที่มีข้อพิพาท การใช้สิทธิหรือคดีความอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทขอสงวนสิทธิในการเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปจนกว่าข้อพิพาทนั้นจะได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
บริษัทอาจแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายความเป็นส่วนตัวโดยจะประกาศบนเว็บไซต์ www.ncgroup.co.th พร้อมระบุวันที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุด บริษัทแนะนำให้ท่านตรวจสอบนโยบายนี้เป็นประจำ โดยการที่ท่านใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการทางเว็บไซต์ของบริษัท ต่อไปหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว จะถือว่าท่านยอมรับนโยบายที่เปลี่ยนแปลงนั้นแล้ว
ท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด และตามที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ได้ดังต่อไปนี้
1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่ มีข้อจำกัดสิทธิโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทก่อนหน้าแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
2. สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ กรณีที่บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
3. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลบุคคลให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ การแก้ไขดังกล่าว บริษัทสามารถดำเนินการได้แม้ท่านจะไม่ร้องขอ
4. สิทธิในการขอลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
4.1. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
4.2. เมื่อท่านถอนความยินยอมในการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป
4.3. เมื่อท่านคัดค้านการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะปฏิเสธได้
เว้นแต่ กรณีบริษัทมีเหตุโดยชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน
5. สิทธิในการขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ เว้นแต่ โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ หรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือการใช้สิทธิละเมิดต่อสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น
6. สิทธิในการขอคัดค้าน ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อใดก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
6.1. กรณีที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งบริษัทดำเนินการภายใต้ฐานประโยชน์ชอบด้วยกฎหมาย เว้นแต่ บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
6.2. เพื่อวัตถุประวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง
6.3. เพื่อการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่ บริษัทมีความจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท
7. สิทธิในการขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีดังต่อไปนี้
7.1. เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่ท่านได้ขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
7.2. เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือหรือทำลาย
7.3. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวหมดความจำเป็น เนื่องจากท่านมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
7.4. เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการพิสูจน์สิทธิในการปฏิเสธคำขอการคัดค้านการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
8. ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
หากท่านมีข้อสงสัยหรือมีความประสงค์จะแก้ไข ลบข้อมูล ใช้สิทธิ หรือติดต่อเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลของท่าน กรุณาติดต่อผ่านช่องทางการติดต่อด้านล่าง
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)
บริษัทเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่งจำกัด (มหาชน)
เลขที่ 70 ม.5 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150
โทรศัพท์ : 0-2993-5080-7
อีเมล : dpo@ncgroup.co.th
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
บริษัทเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่งจำกัด (มหาชน)
เลขที่ 70 ม.5 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150
โทรศัพท์ : 0-2993-5080-7
อีเมล : dpo@ncgroup.co.th
โดยแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้ประกอบการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ประกาศ ณ วันที่ 23 ธันวาคมพ.ศ. 2568
(นายสมนึก ตันฑเทอดธรรม)
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน)
เอกสารฉบับสมบูรณ์
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (สำหรับบุคคลภายนอก) (Privacy Notice)
หากท่านประสงค์ยื่นคำร้องเพื่อใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล
กรุณาระบุรายละเอียดใน แบบฟอร์มการขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ได้ที่อีเมล : dpo@ncgroup.co.th
หากมีข้อสงสัย หรือข้อคำถามเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลท่านสามารถติดต่อ ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้
บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน)
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
70 ม.5 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150
โทรศัพท์ : 0-2993-5080-7
อีเมล : dpo@ncgroup.co.th
Compare listings
เปรียบเทียบโปรดป้อนชื่อผู้ใช้หรือที่อยู่อีเมลของคุณ คุณจะได้รับลิงก์เพื่อสร้างรหัสผ่านใหม่ทางอีเมล
เว็บไซต์ ncgroup.co.th มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ บนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษา นโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ได้ที่ลิงค์ด้านล่าง